ล่าสุด ปิแอร์ลุยจิ คอลลิน่า เปิดเผยว่าในการแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 ผู้เล่นจะถูกห้ามไม่ให้เข้าไปในเขตเทคนิค เพื่อให้โค้ชได้ติวแท็กติก เมื่อผู้รักษาประตูได้รับบาดเจ็บ ซึ่งในระยะหลังนี้มีการใช้แท็กติกให้นายทวารแกล้งเจ็บ เพื่อขอเวลานอก หรือหยุดเกมของคู่แข่งที่กำลังได้เปรียบ
ทำให้ ฟุตบอลโลก 2026 จะมีการเปลี่ยนแปลงกฎหลายข้อ โดยเน้นไปที่การกำจัดแท็กติกที่พยายามชะลอจังหวะการเล่นและการถ่วงเวลา ซึ่ง ปิแอร์ลุยจิ คอลลิน่า หวังว่าการเปลี่ยนกฎเหล่านี้จะทำให้การทดเวลาบาดเจ็บ ไม่นานเท่ากับฟุตบอลโลกปี 2022 พร้อมกับรับประกันว่าจะมีเวลาพักดื่มน้ำครั้งละ 3 นาที ในครึ่งแรกและครึ่งหลัง
สรุปกฎใหม่ 8 ข้อในฟุตบอลโลก 2026 1. ผู้รักษาประตู ห้ามแกล้งเจ็บ เพื่อให้โค้ชเรียกไปติวแท็กติก
- หากผู้รักษาประตูบาดเจ็บ ผู้เล่นจะถูกห้ามเข้าไปในเขตเทคนิคเพื่อคุยแผนกับโค้ช
2. นักเตะที่บาดเจ็บ ต้องออกมาปฐมพยาบาลนอกสนาม 1 นาที
- แต่มีข้อยกเว้นบางประการ เช่น ผู้รักษาประตู, ผู้เล่นที่ได้รับบาดเจ็บ, และหากคู่ต่อสู้ได้ใบเหลือง หรือใบแดง
3. ผู้เล่นที่ถูกเปลี่ยนตัว ต้องออกจากสนามภายใน 10 วินาที
- ต้องออกจากสนามในจุดที่ใกล้ที่สุด มิฉะนั้น ตัวสำรองจะไม่สามารถลงสนามได้เป็นเวลาอย่างน้อย 1 นาที และทีมต้องเล่นต่อด้วยผู้เล่น 10 คน
4. ทุ่มบอลภายใน 5 วินาที
- หากผู้เล่นจงใจถ่วงเวลาในการเริ่มเล่นใหม่ ทีมคู่แข่งอาจได้สิทธิ์ทุ่มบอลแทน
5. ลูกตั้งเตะจากประตู ต้องเตะภายใน 5 วินาที
- ใช้กับความพยายามจงใจถ่วงเวลาเช่นกัน และอาจส่งผลให้คู่แข่งได้ลูกเตะมุมแทน
6. จังหวะฟาวล์ก่อนเตะมุม เช็ก VAR ได้
- หาก VAR สามารถตรวจสอบได้ว่าลูกเตะมุมนั้นถูกต้อง, มีจังหวะฟาวล์หรือไม่ แต่ต้องทำอย่างรวดเร็วและก่อนเริ่มเล่นใหม่ ไม่รวมถึงกรณีลูกตั้งเตะจากประตูที่ให้ผิดพลาด
7. ใบเหลืองที่ 2 เช็ก VAR ได้
- ผู้เล่นที่ถูกไล่ออกจากการได้รับใบเหลืองที่ 2 สามารถตรวจสอบย้อนหลังได้ แต่จะไม่มีการเช็กจังหวะที่อาจเป็นใบเหลืองที่ 2
8. ผู้เล่นที่ปิดปาก ในจังหวะเผชิญหน้าคู่แข่งอาจโดนใบแดง
- เป็นกฎที่เกิดขึ้น หลังจากมีกรณีอื้อฉาวระหว่าง จานลูก้า เปรสเตียนนี่ นักเตะเบนฟิก้า และ วินิซิอุส จูเนียร์ กองหน้าเรอัล มาดริด ในยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบเพลย์ออฟ เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่ง เปรสเตียนนี่ โดนแบน 6 นัดจาก ยูฟ่า ข้อหามีพฤติกรรมเหยียดเพศ


