
1. บอสเนีย VS อิตาลี - ฟุตบอลโลก 2026 รอบคัดเลือก โซนยุโรป เพลย์ออฟ รอบชิงชนะเลิศ (สายเอ) / คิกออฟ เวลา 01.45 น.
"อัซซูรี่" เหลืออีก 1 ด่านก็จะได้กลับไปลุยฟุตบอลโลก รอบสุดท้าย หลังหายไปตั้งแต่ปี 2014 แม้รอบคัดเลือกจะจบรองแชมป์กลุ่มไอ หลังแพ้ นอร์เวย์ ทั้งไป-กลับ แต่เกมล่าสุดในเพลย์ออฟ รอบรองชนะเลิศ ได้ความมั่นใจหลังชนะ ไอร์แลนด์เหนือ 2-0 เจอกับ บอสเนีย มา 6 ครั้ง อิตาลี แพ้แค่ 1 ชนะไปถึง 4 พบกันล่าสุดในปี 2024 ก็ชนะ 1-0 เกมนี้ เจนนาโร่ กัตตูโซ่ กุนซืออิตาลีอาจยึด 11 ตัวจริงจากเกมที่แล้ว นำโดย ซานโดร โตนาลี, มอยเซ่ คีน 2 ผู้ทำประตู
ด้าน บอสเนีย ก็ลุ้นไปบอลโลกในรอบ 12 ปี เช่นเดียวกับ อิตาลี ซึ่งหากทำได้จะเป็นสมัยที่ 2 ของชาติ แต่ผลงาน 10 นัดในปี 2025 ชนะ 6 แต่เป็นการพบกับ ซานมาริโน, มอลตา, ไซปรัส ที่เหลือเสมอ ออสเตรีย, ไซปรัส และแพ้ ออสเตรีย, สโลวีเนีย นัดล่าสุดในเพลย์ออฟรอบรองฯ ก็ไล่ตีเสมอ เวลส์ 1-1 ก่อนชนะจุดโทษ 4-2 เจอกับ อิตาลี เคยชนะ 1 ครั้ง แต่ย้อนไปถึงปี 1996 ลำพังแค่ เอดิน เชโก้, เออร์เมดิน เดมิโรวิช คู่กองหน้า อาจไม่เพียงพอตีตั๋วบอลโลก
ทัศนะ : อิตาลี มีชัย ได้ไปบอลโลก

2. สวีเดน VS โปแลนด์ - ฟุตบอลโลก 2026 รอบคัดเลือก โซนยุโรป เพลย์ออฟ รอบชิงชนะเลิศ (สายบี) / คิกออฟ เวลา 01.45 น.
สวีเดน ชนะนัดแรกภายใต้ เกรแฮม พอตเตอร์ ด้วยการบุกสอย ยูเครน 3-1 หลังจาก 2 เกมแรก แพ้ สวิตเซอร์แลนด์ 1-4 และเสมอ สโลวีเนีย 1-1 จ่อไปบอลโลกสมัยที่ 13 แต่งานนี้ไม่ง่ายแน่ แม้สถิติจะดีกว่า โปแลนด์ พบกัน 28 ครั้ง ชนะ 15 แพ้ 9 แต่ครั้งล่าสุดคือนัดชิงเพลย์ออฟ ฟุตบอลโลก 2022 ซึ่ง โปแลนด์ ชนะไป 2-0 เกมนี้ต้องเช็ก อิซัค เฮียน, กาเบรียล กุดมุนส์สัน ที่เจ็บจากเกมที่แล้ว แนวรุกต้องพึ่งทีเด็ดจาก วิคตอร์ เยอเคเรส ดาวยิงที่เพิ่งกดแฮตทริก
โปแลนด์ โชคร้ายที่อยู่กับ เนเธอร์แลนด์ ในรอบคัดเลือก ก่อนจบรองแชมป์กลุ่มจี ด้วยผลงานชนะ 5 เสมอ 2 แพ้ 1 นัดให้กับ ฟินแลนด์ แต่เกมเพลย์ออฟรอบรองฯ แซงชนะ แอลเบเนีย มาได้ 2-1 ทำให้ ยาน อูร์บาน กุนซือคนปัจจุบันไร้พ่ายทั้ง 7 นัดที่เข้ามาคุมทีม (ชนะ 5 เสมอ 2) โดยไม่แพ้ เนเธอร์แลนด์ ทั้งเหย้า-เยือนด้วย โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้, ปิโอเตอร์ ซีลินสกี้ 2 คนที่เคยดับฝัน สวีเดน ครั้งก่อนยังนำทัพ แถมได้ นิโคล่า ซาเลฟสกี้ พ้นโทษแบนกลับมาด้วย
ทัศนะ : โปแลนด์ ย้ำแค้น สวีเดน หวุดหวิด

4. อังกฤษ VS ญี่ปุ่น - ฟุตบอลอุ่นเครื่องฟีฟ่าเดย์ / คิกออฟ เวลา 01.45 น.
"สิงโตคำราม" เพิ่งจบสถิติชนะแบบไม่เสียประตู 6 นัดติด หลังอุ่นเครื่องเสมอ อุรุกวัย 1-1 แต่เป็นเกมที่ โธมัส ทูเคิล ทดลองผู้เล่นแบบยกชุด แต่นัดนี้จะออกสตาร์ตด้วยตัวเก่ง นำโดย แฮร์รี่ เคน, จอร์แดน พิคฟอร์ด, มอร์แกน โรเจอร์ส, โคล พาลเมอร์, แอนโธนี่ กอร์ดอน ซึ่ง อังกฤษ ยังไม่แพ้ที่เวมบลีย์ในยุคทูเคิล (ชนะ 4) ยิง 10 เสีย 0 ประตู และทำประตูได้ตลอด 21 เกมหลังสุดด้วย นับตั้งแต่เสมอ สโลวีเนีย 0-0 ในยูโร 2024 รอบแบ่งกลุ่ม
"ซามูไรบลู" ได้ไปบอลโลกสมัยที่ 8 ติดต่อกัน หลังชนะรวดในรอบคัดเลือก รอบ 2 และแพ้แค่ 1 จาก 10 เกมในรอบคัดเลือก รอบ 3 โดยตีตั๋วขณะที่เหลืออีก 3 เกม ซึ่งหลังแพ้ สหรัฐอเมริกา 0-2 ในเดือนกันยายน ก็ไร้พ่าย 5 นัดติด (ชนะ 4 เสมอ 1) โดยชนะ บราซิล 3-2 ด้วย ล่าสุดบุกอัด สกอตแลนด์ 1-0 แม้การเจออังกฤษ 3 ครั้ง ญี่ปุ่น ไม่เคยชนะ (แพ้ 2 เสมอ 1) แต่นัดนี้ คาโอรุ มิโตมะ, ไดจิ คามาดะ, ริตสึ โดอัน, จุนยะ อิโตะ จะกลับมาลงตัวจริง น่าจะสู้ได้สูสี
ทัศนะ : อังกฤษ ชนะหืดจับ