
1. อิตาลี VS ไอร์แลนด์เหนือ - ฟุตบอลโลก 2026 รอบคัดเลือก โซนยุโรป เพลย์ออฟ รอบรองชนะเลิศ (สาย A) / คิกออฟ เวลา 02.45 น.
"อัซซูรี่" ลุ้นหนักว่าจะไม่ต้องเป็นอดีตแชมป์บอลโลกทีมแรกที่อดไปเล่นรอบสุดท้าย 3 สมัยติดต่อกัน ซึ่งผลงานของ เจนนาโร่ กัตตูโซ่ กุนซือที่มาแทน ลูชาโน่ สปัลเลตติ ถือว่าใช้ได้ 6 นัด ชนะ 5 แพ้ 1 ให้กับ นอร์เวย์ ทีมแชมป์กลุ่มไอ แต่ก็ทำให้ต้องมาลุ้นต่อในรอบเพลย์ออฟ ทว่าสถิติพบ ไอร์แลนด์เหนือ 11 ครั้ง อิตาลี แพ้แค่หนเดียว เมื่อปี 1958 (ชนะ 7 เสมอ 3) ด้านขุมกำลังนำโดย ซานโดร โตนาลี, นิโคโล่ บาเรลล่า, มาเตโอ เรเตกี, มอยเซ่ คีน, ปิโอ เอสโปซิโต้
"กองทัพเขียว-ขาว" ลุ้นไปบอลโลกครั้งแรกในรอบ 40 ปี แม้การเจอกับ อิตาลี ครั้งล่าสุดในศึกคัดบอลโลก 2022 เมื่อ 5 ปีก่อน เสมอกัน 0-0 แต่ ไอร์แลนด์เหนือ เป็นฝ่ายแพ้ทั้ง 7 ครั้งที่ไปเยือนแดนมะกะโรนี โดยที่ยิงประตูไม่ได้ถึง 6 ครั้ง เกมที่ไปเยือนทีม 20 อันดับแรกของโลก 6 ครั้งหลังสุดก็แพ้เรียบ แนวรับก็ขาดทั้ง คอเนอร์ แบรดลีย์, แดน บัลลาร์ด, จามาล ลูอิส ที่เจ็บ น่าจะต้าน อิตาลี ไม่อยู่อีกครั้ง ความหวังไปบอลโลกสมัยที่ 4 น่าจะจบที่รอบนี้
ทัศนะ : อิตาลี มีชัย ได้ลุ้นชิงตั๋วบอลโลก

2. ยูเครน VS สวีเดน - ฟุตบอลโลก 2026 รอบคัดเลือก โซนยุโรป เพลย์ออฟ รอบรองชนะเลิศ (สาย B) / คิกออฟ เวลา 02.45 น.
ยูเครน ลุ้นไปบอลโลกสมัยที่ 2 ต่อจากปี 2006 หรือเมื่อ 20 ปีก่อน น่าเสียดายที่ไปอยู่กลุ่มดี ร่วมกับ ฝรั่งเศส ซึ่งแพ้ทั้งไป-กลับ (0-2 กับ 0-4) ก่อนหน้านี้ พวกเขามาไม่ถึงรอบเพลย์ออฟแค่ปี 2018 แต่ก็ไม่ดีพอไปรอบสุดท้ายทั้งในปี 2010, 2014 และ 2022 ฟอร์ม 5 เกมหลังสุด แพ้แค่ 1 (ชนะ 3 เสมอ 1) แต่สภาพทีมล่าสุด ขาดทั้ง รุสลัน มาลินอฟสกี้ ที่ติดแบน, โอเล็กซานเดอร์ ซินเชนโก้ และ อาร์เต็ม ดอฟบิค ที่เจ็บ ต้องพึ่งทีเด็ดจาก โรมัน ยาเร็มชุค ดาวยิงลียง
สวีเดน ล่าตั๋วบอลโลกสมัยที่ 13 หลังหายไปนับจากปี 2018 แต่ เกรแฮม พอตเตอร์ กุนซือคนใหม่ยังไม่ชนะใน 2 นัดแรก แพ้ สวิตเซอร์แลนด์ 1-4 และเสมอ สโลวีเนีย 1-1 ทำให้จบรอบคัดเลือกด้วยการจมบ๊วยกลุ่มบี มีแค่ 2 แต้ม แต่ยังได้เพลย์ออฟจากบุญเก่าที่ได้แชมป์กลุ่มในยูฟ่า เนชั่นส์ลีก ลีกซี สภาพทีมล่าสุดขาดทั้ง อเล็กซานเดอร์ อิซัค, เดยัน คูลูเซฟสกี้ ที่เจ็บยาว ลำพัง วิคตอร์ เยอเคเรส, แอนโธนี่ เอลังก้า, ยาซิน อายารี่ น่าจะไม่พอเบียด ยูเครน เข้าชิง
ทัศนะ : ยูเครน เฉือนหวิวเข้ารอบ

3. บราซิล VS ฝรั่งเศส - ฟุตบอลอุ่นเครื่องฟีฟ่าเดย์ / คิกออฟ เวลา 03.00 น.
"แซมบ้า" หลังจากตีตั๋วบอลโลกด้วยอันดับ 5 ของโซนอเมริกาใต้ ก็ฟอร์มแกว่งใน 5 นัดหลังสุด ชนะแค่ 2 เสมอ 1 แพ้ 2 ให้กับ โบลิเวีย, ญี่ปุ่น แม้ได้ คาร์โล อันเชล็อตติ มาเป็นกุนซือ งานนี้เจอ ฝรั่งเศส ที่สูสีสุดๆ พบกัน 15 ครั้ง ชนะ 6 เท่ากัน เสมอ 3 เจอกัน 2 ครั้งหลังสุด บราซิล ชนะหมด แต่นัดล่าสุดคือปี 2015 ชุดนี้ไร้ทั้ง อลิสซอน, กาเบรียล มากัลเญส, เนย์มาร์ แต่จะเป็นโอกาสของ อิกอร์ ติอาโก้, รายาน ร่วมกับ วินิซิอุส จูเนียร์, มาเธอุส คุนญ่า, ชูเอา เปโดร
"ตราไก่" ไปบอลโลกสมัยที่ 17 ด้วยการคว้าแชมป์กลุ่มดีในรอบคัดเลือกแบบไร้พ่าย ชนะ 5 เสมอ 1 เตรียมล่าแชมป์โลกสมัยที่ 3 ต่อจากปี 1998 และ 2018 รวมถึงสมัยที่ 2 ของ ดิดิเยร์ เดส์ชองส์ ก่อนที่ ซีเนดีน ซีดาน จะมารับงานต่อ แม้ ฝรั่งเศส ไม่ชนะ บราซิล นับตั้งแต่เกมอุ่นเครื่องเมื่อ 15 ปีก่อน และยังขาด วิลเลียม ซาลิบา, มานู โคเน่ ที่เจ็บ แต่ทีมที่มีก็แน่นปึ้ก คีลิยัน เอ็มบัปเป้, อูโก้ เอกิติเก้, อุสมาน เดมเบเล่, ไมเคิล โอลิเซ่ ดูดีกว่าพร้อมล้างตาหนนี้
ทัศนะ : ฝรั่งเศส บดเชือด บราซิล

4. โคลอมเบีย VS โครเอเชีย - ฟุตบอลอุ่นเครื่องฟีฟ่าเดย์ / คิกออฟ เวลา 06.30 น. (เช้าวันที่ 27 มีนาคม)
โคลอมเบีย ตีตั๋วไปบอลโลกสมัยที่ 7 หลังจบอันดับ 3 โซนอเมริกาใต้ ต่อจาก อาร์เจนตินา, เอกวาดอร์ ผลงานช่วงหลังถือว่าแข็งแกร่ง ไม่แพ้ใคร 9 นัดหลังสุด ตั้งแต่พ่าย บราซิล 1-2 เมื่อ 20 มีนาคมปีที่แล้ว (ชนะ 5 เสมอ 4) ขุมกำลังก็ฟูลทีมสุดๆ นำโดย หลุยส์ ดิอาซ, ฮาเมส โรดริเกซ, ดาเนียล มูนยอซ, เจฟเฟอร์สัน เลอร์มา, ดาวินซอน ซานเชซ, หลุยส์ ซัวเรซ
ด้าน โครเอเชีย จบรอบคัดเลือกด้วยผลงานสุดหรู ไม่แพ้เลยทั้ง 8 นัด ชนะ 7 เสมอแค่ เช็ก 0-0 ในเกมไปเยือน ยิง 26 เสียแค่ 4 ประตู คว้าแชมป์กลุ่มแอล ได้ไปบอลโลกสมัยที่ 7 และเป็น 4 สมัยติดต่อกันตั้งแต่ปี 2014 เกมนี้เป็นครั้งแรกที่ได้พบ โคลอมเบีย แม้ยังขาด ยอสโก้ กวาร์ดิโอล กองหลังตัวเก่งที่เจ็บยาว แต่ก็มี ลูก้า โมดริช จอมทัพวัย 40 ปี เป็นแกนหลัก ร่วมกับ อิวาน เปริซิช, อันเดร ครามาริช, มาริโอ ปาซาลิช, โดมินิค ลิวาโควิช ดูแล้วสูสีกันมาก อาจจบเจ๊า
ทัศนะ : เสมอกันฉันท์มิตร