
1. อาร์เซน่อล VS แมนเชสเตอร์ ซิตี้ - คาราบาวคัพ รอบชิงชนะเลิศ / คิกออฟ เวลา 23.30 น.
"ปืนใหญ่" จะเริ่มภารกิจลุ้น 4 แชมป์ในเกมนี้ ซึ่งเคยได้แชมป์ลีกคัพ 2 สมัย แต่ครั้งล่าสุดคือปี 1993 ส่วนครั้งสุดท้ายที่ชิงกับ "เรือใบสีฟ้า" คือปี 2018 ซึ่งแพ้ไป 0-3 ขณะที่ มิเกล อาร์เตต้า จะลุ้นแชมป์จากการเข้ารอบชิงบอลถ้วยครั้งที่ 2 นับตั้งแต่ได้แชมป์เอฟเอคัพ 2019-20 ส่วนฟอร์มช่วงหลังก็น่าลุ้น ไม่แพ้ 14 นัดติดต่อกัน (ชนะ 11) ขุมกำลังรอเช็กฟิต ยูร์เรียน ทิมเบอร์, มาร์ติน โอเดการ์ด แต่ตัวหลักอื่นๆ อยู่ครบทั้ง เดแคลน ไรซ์, บูกาโย่ ซาก้า, วิคตอร์ เยอเคเรส
ขณะที่ แมนซิตี้ อดลุ้นกวาด 4 แชมป์แล้ว หลังแพ้ เรอัล มาดริด แบบไป-กลับ ตกรอบ 16 ทีม UCL แต่ถ้วยนี้ดูจะถูกโฉลกกับ "เรือใบสีฟ้า" หลังเข้าชิง 9 ครั้ง ได้แชมป์ 8 สมัย แถม 7 ครั้งหลังสุดได้แชมป์ทุกครั้งที่เข้าชิง แต่มาตัดสินแชมป์กับ อาร์เซน่อล ในช่วงนี้อาจผิดจังหวะ หลังชนะแค่ 1 จาก 5 เกมหลังสุดทุกรายการ (แพ้ 2 เสมอ 2) และไม่ชนะ "ปืนใหญ่" 6 ครั้งหลังสุดในทุกรายการด้วย (แพ้ 2 เสมอ 4) งานนี้มีแนวโน้มว่า อาร์เซน่อล จะได้สมหวัง
ทัศนะ : ปืนใหญ่ ได้นับ 1 จาก 4 แชมป์แรก

2. สเปอร์ส (อันดับ 16) VS น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ (อันดับ 17) - พรีเมียร์ลีก อังกฤษ / คิกออฟ เวลา 21.15 น.
อิกอร์ ทูดอร์ ชนะเป็นแล้วหลังเข้ามาคุม "ไก่เดือยทอง" 6 นัด (แพ้ 4 เสมอ 1) หลังเฉือน แอตมาดริด 3-2 แต่ตกรอบ 16 ทีม UCL ด้วยสกอร์รวม 5-7 ลุ้นปลดล็อกชัยชนะนัดแรกในพรีเมียร์ลีก และจะเป็นนัดแรกของทีมในปี 2026 ด้วย หลังไร้ชัย 12 นัดติด (แพ้ 7 เสมอ 5) แต่ฤดูกาลนี้ สเปอร์ส มีผลงานในบ้านแย่ที่สุดในลีก 15 นัด ชนะแค่ 2 เสมอ 4 แพ้ 9 เก็บได้แค่ 10 แต้ม ข่าวดีคือ ริชาร์ลิซอน จะพ้นโทษแบน โดมินิก โซลันกี้, ชูเอา ปาลินญ่า ก็มีลุ้นฟิตทัน
"เจ้าป่า" เพิ่งได้กำลังใจก้อนโต หลังบุกชนะ มิดทิลแลนด์ 2-1 ก่อนชนะดวลจุดโทษ เข้ารอบ 8 ทีม ยูโรปาลีก รอปลดล็อกที่ไม่ชนะในลีก 7 นัดติด (แพ้ 3 เสมอ 4) แต่สถิติฤดูกาลนี้น่าเป็นห่วง ไม่ยิงประตูถึง 14 เกมจาก 30 นัด ดีกว่าแค่ วูล์ฟแฮมป์ตัน ทีมบ๊วย (15 นัด) ทว่าการพบ สเปอร์ส 3 นัดหลังสุด ฟอเรสต์ เป็นฝ่ายชนะทั้งหมด แถมตัวหลักที่พักในยูโรปาลีก ทั้ง อิกอร์ เชซุส, มอร์แกน กิบส์-ไวท์, เอลเลียต แอนเดอร์สัน, มูริลโล่ จะกลับมาเป็นตัวจริงพร้อมล่าชัย
ทัศนะ : สเปอร์ส จบเจ๊า ฟอเรสต์

3. บาร์เซโลน่า (อันดับ 1) VS ราโย่ บาเยกาโน่ (อันดับ 13) - ลา ลีกา สเปน / คิกออฟ เวลา 20.00 น.
"เจ้าบุญทุ่ม" เพิ่งยำใหญ่ นิวคาสเซิ่ล 7-2 เข้ารอบ 8 ทีม UCL ด้วยสกอร์รวม 8-3 ทำให้ 7 นัดหลังสุดที่ไร้พ่าย (ชนะ 6 เสมอ 1) กดไปถึง 24 ประตู เสียแค่ 6 ลูก เจอกับ ราโย่ ก็มีสถิติข่มกว่า 48 ครั้งหลังสุด ชนะ 30 แพ้แค่ 7 แม้เจอกันยกแรกซีซันนี้จะเสมอ 1-1 แต่แนวรุกมีให้เลือกใช้ได้ตามใจชอบ ทั้ง ลามีน ยามาล, ราฟินญ่า, โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้, ดานี่ โอลโม่, มาร์คัส แรชฟอร์ด, เฟร์มิน โลเปซ, เฟร์ราน ตอร์เรส ซึ่งฤดูกาลนี้ทั้งทีมยิงรวมกัน 124 ประตู จาก 45 นัด
ส่วน ราโย่ เพิ่งแพ้ ซัมซุนสปอร์ คาบ้าน 0-1 แต่ยังเข้ารอบ 8 ทีม ยูฟ่า คอนเฟอเรนซ์ลีก ด้วยสกอร์รวม 3-2 ในลา ลีกา ก็เสมอ 2 นัดติด ทั้ง เลบันเต้ และ เซบีญ่า ด้วยสกอร์ 1-1 เท่ากัน ทำให้พวกเขาเจ๊าสกอร์นี้ถึง 4 จาก 5 เกมหลังสุด ขณะที่ครั้งสุดท้ายที่บุกไปชนะ บาร์ซ่า ต้องย้อนไปในฤดูกาล 2021-22 (ชนะ 1-0) ทว่าเกมนี้แม้จะขาด ดีเอโก้ เมนเดซ ที่เจ็บคนเดียว แต่เทียบฟอร์มช่วงหลังกันแล้ว บาร์ซ่า น่าจะเป็นฝ่ายมีชัย
ทัศนะ : เจ้าบุญทุ่ม คว้า 3 แต้มได้ไม่ยาก
ทีเด็ดบอลวันนี้ 22 มี.ค. 69 วิเคราะห์บอล 5 คู่น่าเชียร์ ลุ้นคาราบาวคัพนัดชิง โปรแกรมบอลวันนี้ 4. เรอัล มาดริด (อันดับ 2) VS แอตเลติโก มาดริด (อันดับ 4) - ลา ลีกา สเปน / คิกออฟ เวลา 03.00 น.
"ราชันชุดขาว" คืนฟอร์มสมฉายา หลังชนะ แมนซิตี้ ทั้งเหย้า-เยือน เข้ารอบ 8 ทีม UCL ด้วยสกอร์รวม 5-1 ทำให้ชนะ 4 นัดติดทุกรายการ หลังแพ้ เกตาเฟ่ คาบ้าน 0-1 ในลีก งานนี้หวังล้างตา "ตราหมี" ที่เคยออกไปแพ้ในยกแรกมาก่อน 2-5 แต่เจอกันที่บ้าน เรอัล มาดริด 4 นัดหลังสุด ไม่แพ้เลย (ชนะ 2 เสมอ 2) ตัวเจ็บล่าสุดก็เหลือแค่ 4 คน โดย คีลิยัน เอ็มบัปเป้, จู๊ด เบลลิงแฮม กลับมาฟิตแล้ว ดาวิด อลาบา, แฟร์กล็องด์ เมนดี้, ราอูล อเซนซิโอ ก็หายเจ็บ
ด้าน แอตมาดริด เพิ่งแพ้ สเปอร์ส 2-3 แต่ยังได้บุญเก่าช่วยเข้ารอบ 8 ทีม UCL (นัดแรก 5-2 สกอร์รวม 8-4) เจอกับ เรอัล มาดริด 6 ครั้งหลังสุดในลีก จบเสมอไปถึง 4 อีกทั้งเกมลีกของ "ราชันชุดขาว" ไม่ชนะ "ตราหมี" ในบ้านตั้งแต่เดือนธันวาคม ปี 2021 แต่เกมเยือน แอตมาดริด ก็ใ่ช่ว่าจะดี 13 นัดซีซันนี้ ชนะแค่ 4 เสมอ 5 แพ้ 4 สภาพทีมล่าสุดยังขาดตัวเจ็บ 4 คน มาเจอ เรอัล มาดริด ที่เริ่มคืนฟอร์มและได้ตัวเก่งกลับมาฟิตแล้ว งานนี้ "ตราหมี" อาจไม่รอด
ทัศนะ : ราชันชุดขาว เฉือนหวิว

5. ฟิออเรนติน่า (อันดับ 16) VS อินเตอร์ มิลาน (อันดับ 1) - กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี / คิกออฟ เวลา 02.45 น.
"งูใหญ่" กำลังเป๋ 3 นัดหลังสุดทุกรายการไม่ชนะเลย (แพ้ 1 เสมอ 2) แม้พ่าย เอซี มิลาน คู่ปรับร่วมเมือง ก็ยังนำจ่าฝูงอยู่ 5 แต้ม แต่หากไม่ชนะเกมนี้อีก จะไร้ชัยในลีก 3 นัดติดเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนเมษายน ปี 2023 โชคดีที่ อินเตอร์ ถูกโฉลกเมื่อเจอ ฟิออเรนติน่า ในเซเรีย อา เมื่อเป็นฝ่ายชนะ 10 แพ้แค่ 2 จาก 17 ครั้งหลังสุด เกมนี้ยังขาด เลาตาโร่ มาร์ติเนซ ดาวยิงที่ยังไม่หายเจ็บ ซึ่งทำให้เปอร์เซ็นต์ชนะในปีนี้ลดเหลือ 44% เมื่อไร้หัวหอกกัปตันทีม
ขณะที่ "ม่วงมหากาฬ" แม้จะแพ้รวด 2 ครั้งหลังสุดที่เจอ "งูใหญ่" แต่ฤดูกาลที่แล้วในบ้าน ฟิออฯ ชนะ อินเตอร์ 3-0 ผลงานล่าสุดก็ชนะ ราคอฟ 2-1 เข้ารอบ 8 ทีม ยูฟ่า คอนเฟอเรนซ์ลีก ด้วยสกอร์รวม 4-2 ทำให้กำลังใจมาเต็มแน่ หลังจากเกมลีกนัดล่าสุดถล่ม เครโมเนเซ่ 4-1 เกมลีก 7 นัดหลังสุดในบ้านก็แพ้แค่ 1 (ชนะ 3 เสมอ 3) ตัวเก่งที่ได้พักจากกลางสัปดาห์ก็จะกลับมาหมด ทั้ง ดาบิด เด เคอา, อัลเบิร์ต กุดมุนส์สัน, โรบิน โกเซนส์ งานนี้อาจมีเซอร์ไพรส์
ทัศนะ : ฟิออฯ แบ่งแต้ม อินเตอร์