
1. แมนยู (อันดับ 3) VS แอสตัน วิลล่า (อันดับ 4) - พรีเมียร์ลีก อังกฤษ / คิกออฟ เวลา 21.00 น.
"ปิศาจแดง" เพิ่งจบสถิติไร้พ่ายภายใต้ ไมเคิล คาร์ริค ในการคุมทีมนัดที่ 8 (ชนะ 6 เสมอ 1) หลังบุกไปแพ้ นิวคาสเซิ่ล ที่เหลือ 10 คน ด้วยสกอร์ 1-2 แต่ฟอร์มในบ้านยุคกุนซือชั่วคราวยังชนะรวดทั้ง 4 นัด โดยยิงได้ 9 เสีย 3 ประตู เกมนี้ต้องการชัยชนะเพื่อตัดแต้ม วิลล่า และหนีทั้ง เชลซี, ลิเวอร์พูล สภาพทีมล่าสุด เมสัน เมาท์, นูสแซร์ มาซราวี มีลุ้นคัมแบ็ก ขาดแค่ 3 คนที่เจ็บยาว แต่ บรูโน่ แฟร์นันด์ส, ไบรอัน เอ็มเบอโม่, คาเซมิโร่, มาเธอุส คุนญ่า ยังนำทัพ
แอสตัน วิลล่า ได้ความมั่นใจทันเวลา หลังไร้ชัย 4 นัดหลังสุดทุกรายการ (แพ้ 3 เสมอ 1) ก่อนบุกไปชนะ ลีลล์ 1-0 ในยูโรปาลีก รอบ 16 ทีม เลก 1 ถือเป็นชัยชนะนัดที่ 100 ของกุนซือ อูไน เอเมรี่ พอดี มีลุ้นหยุดสถิติไม่ชนะเกมเยือนในพรีเมียร์ลีก 3 นัดติด (แพ้ 2 เสมอ 1) แต่เกมที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด 6 ครั้งหลังสุด แมนยู ชนะ 5 วิลล่า ชนะ 1 แม้ จอห์น แม็คกินน์ หายเจ็บแล้ว แต่ยังขาด ยูรี ตีเลอมันส์, บูบาการ์ กามาร่า, แมตตี้ แคช ดูแล้วอาจเสร็จผีอีกรอบ
ทัศนะ : แมนยู ได้เฮหวิว

2. ลิเวอร์พูล (อันดับ 6) VS สเปอร์ส (อันดับ 16) - พรีเมียร์ลีก อังกฤษ / คิกออฟ เวลา 23.30 น.
"หงส์แดง" ยังเอาแน่เอานอนไม่ได้ 8 นัดหลังสุดทุกรายการ แพ้ไป 3 (ชนะ 5) ฟอร์มในลีกก็มีสะดุด หลังจากชนะรวด 3 นัด ก็มาเจอบ๊วยติดคอ แพ้วูล์ฟแฮมป์ตัน 1-2 แม้ล้างตาได้ในเอฟเอคัพ ชนะ 3-1 แต่ล่าสุดก็ไปแพ้ กาลาตาซาราย 0-1 ใน UCL รอบ 16 ทีม เลก 1 อีก ดีที่มาเจอ สเปอร์ส ที่กำลังทรุดหนัก พบกันในลีก 31 ครั้งหลังสุดที่แอนฟิลด์ ลิเวอร์พูล แพ้แค่ครั้งเดียว (ชนะ 21 เสมอ 9) และไร้พ่าย 14 ครั้งติด (ชนะ 10 เสมอ 4) นับตั้งแต่แพ้ 0-2 เมื่อปี 2011
"ไก่เดือยทอง" อาการหนักสุดๆ ไม่ชนะใครในพรีเมียร์ลีกตลอด 11 นัดในปี 2026 (แพ้ 7 เสมอ 4) แถมแพ้รวด 5 เกมหลังสุด หากรวม UCL รอบ 16 ทีม เลก 1 ที่แพ้ แอตเลติโก มาดริด 2-5 เท่ากับพ่าย 6 นัดติด ซึ่งเป็นผลงานของ อิกอร์ ทูดอร์ ไป 4 เกม กลายเป็น 2 ที่สถิติย่ำแย่ที่สุดของสโมสรโดยปริยาย แถมเจอกับ ลิเวอร์พูล 16 ครั้งหลังสุด ชนะแค่ 1 แพ้ไปถึง 12 ที่สำคัญผู้เล่นเจ็บ-แบน มีรวมกันถึง 13 คน มองมุมไหนก็ไม่น่ารอดจากแอนฟิลด์กลับมาได้
ทัศนะ : หงส์แดง พร้อมเชือดไก่

3. บาร์เซโลน่า (อันดับ 1) VS เซบีย่า (อันดับ 15) - ลา ลีกา สเปน / คิกออฟ เวลา 22.15 น.
"เจ้าบุญทุ่ม" เพิ่งโกงความตายไล่ตีเสมอ นิวคาสเซิ่ล 1-1 ใน UCL รอบ 16 ทีม เลก 1 ทำให้ไร้พ่ายมา 5 เกม ในลีกก็ชนะรวด 3 นัดหลังสุด แต่การเจอ เซบีย่า ครั้งล่าสุดในฤดูกาลนี้ บุกไปโดนถล่มถึง 4-1 แต่ก่อนหน้านั้น 7 ครั้ง บาร์ซ่า ชนะทั้งหมด รวมถึงเกมในบ้านซีซันที่แล้วก็ขยี้ไป 5-1 แถมก่อนลงสนามก็ได้ข่าวดี เมื่อ ลามีน ยามาล สตาร์ตัวเก่ง และ เอริก การ์เซีย กลับมาซ้อมได้แล้วในวันศุกร์ เกมนี้แนวรุกอาจใช้บริการ เฟร์ราน ตอร์เรส, มาร์คัส แรชฟอร์ด
ด้านทีมเยือน เซบีย่า เริ่มฟื้นขึ้นมาบ้าง 8 นัดหลังสุดในลีก แพ้แค่ 1 (ชนะ 2 เสมอ 5) โดยที่ไร้พ่ายมา 5 เกมติดต่อกัน (ชนะ 1 เสมอ 4) เกมนอกบ้านในลีกฤดูกาลนี้ 13 นัด เก็บมาได้ 15 แต้ม จากผลงานชนะ 4 เสมอ 3 แพ้ 6 แต่การไปเยือน บาร์เซโลน่า พวกเขาไม่ชนะเลยตั้งแต่ปี 2010 ในโกปา เดล เรย์ และไม่ชนะในลา ลีกา ตั้งแต่ปี 2002 แม้ได้ รูเบน วาร์กาส หายเจ็บกลับมาพร้อมคัมแบ็ก แต่ยังมีตัวเดี้ยง 5 คน น่าจะต้าน "เจ้าบุญทุ่ม" ไม่อยู่ตามเคย
ทัศนะ : บาร์เซโลน่า เฮฮา

4. ลาซิโอ (อันดับ 10) VS เอซี มิลาน (อันดับ 2) - กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี / คิกออฟ เวลา 02.45 น.
หลังจาก "ปิศาจแดง-ดำ" แพ้ ปาร์ม่า คาบ้าน 0-1 จบสถิติไร้พ่าย 24 นัดในลีก ก็กลับมาชนะ 2 เกมหลังสุดแบบไม่เสียประตู (เครโมเนเซ่ 2-0 / อินเตอร์ มิลาน 1-0) แต่ก็ยังตาม "งูใหญ่" 8 แต้ม ขณะที่เหลือ 10 เกมสุดท้าย แต่การเจอ ลาซิโอ อาจเข้าทาง เมื่อชนะ 6 จาก 9 ครั้งหลังสุดที่พบกันในลีก แม้ไร้ อาเดรียง ราบิโอต์ มิดฟิลด์ตัวเก่งที่ติดโทษแบน แต่จะได้ ซานติอาโก้ คิเมเนซ ดาวยิงเม็กซิโกที่เจ็บไปนาน 4 เดือน กลับมามีลุ้นคืนทัพแล้ว
ขณะที่ ลาซิโอ หวังซ้ำรอยที่เคยชนะ เอซี มิลาน 1-0 ในโคปปา อิตาเลีย รอบ 16 ทีม เมื่อเดือนธันวาคม ส่วนการพบกันใน เซเรีย อา 12 ครั้งหลังสุด แบ่งกันชนะไปคนละ 4 แต่ฟอร์มช่วงหลังในลีกยังไม่น่าไว้ใจ ชนะแค่ 2 จาก 8 เกมหลังสุด (แพ้ 3 เสมอ 3) ผู้เล่นบาดเจ็บก็ยังมีรวมกัน 6 คน เกมรุกก็ค่อนข้างฝืด 5 นัดหลังสุดทุกรายการ ยิงไปแค่ 4 ประตู ชั่งน้ำหนักดูแล้ว รอสโซเนรี่ ทีมเยือนที่มีความมุ่งมั่นในการลุ้นแชมป์มากกว่า น่าจะบุกมาเก็บ 3 แต้มได้
ทัศนะ : เอซี มิลาน เฉือนชัย