
1. อาร์เซน่อล (อันดับ 1) VS เอฟเวอร์ตัน (อันดับ 8) - พรีเมียร์ลีก อังกฤษ / คิกออฟ เวลา 00.30 น.
"ปืนใหญ่" ไร้พ่าย 12 นัดติดต่อกันทุกรายการ นับตั้งแต่แพ้ แมนยู คาบ้าน 2-3 เมื่อวันที่ 25 มกราคม (ชนะ 9 เสมอ 3) และยังชนะในบ้านตัวเอง 5 เกมหลังสุด ถ้านับเฉพาะในลีกก็แพ้แค่ 1 จาก 15 เกมหลังสุด (ชนะ 10 เสมอ 4) รวมถึงไม่แพ้ เอฟเวอร์ตัน ตลอดการพบกัน 6 ครั้งหลังสุดด้วย (ชนะ 4 เสมอ 2) ตัวเจ็บมีแค่ 3 คน โดยลุ้นความฟิตของ มาร์ติน โอเดการ์ด กับ เลอันโดร ทรอสซาร์ แต่ เดแคลน ไรซ์, บูกาโย่ ซาก้า, วิคตอร์ เยอเคเรส พร้อมนำทัพ
ส่วน "ทอฟฟี่สีน้ำเงิน" มีลุ้นโควตายุโรป เมื่อตามหลังอันดับ 5 เชลซี และอันดับ 6 ลิเวอร์พูล แค่ 5 แต้ม ซึ่ง 43 คะแนนที่ทำได้ในฤดูกาลนี้ มาจากเกมนอกบ้านถึง 24 แต้ม เป็นรองแค่ อาร์เซน่อล (32 แต้ม), เชลซี (25 คะแนน) แต่สถิติไปเยือน "ปืนใหญ่" ในลีกไม่ดีเลย ชนะแค่ 1 จาก 29 ครั้งหลังสุด (แพ้ 23 เสมอ 5) ผู้เล่นที่ยังเดี้ยงมีอยู่ 3 คน รวมถึง แจ็ค กรีลิช ที่พักยาว จึงมีแนวโน้มว่า เอฟเวอร์ตัน อาจโดนย้ำแค้นจากที่แพ้คาบ้าน 0-1 เมื่อ 20 ธันวาคมอีก
ทัศนะ : อาร์เซน่อล เบียดคว้าชัย

2. เชลซี (อันดับ 5) VS นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด (อันดับ 12) - พรีเมียร์ลีก อังกฤษ / คิกออฟ เวลา 00.30 น.
"สิงห์บลูส์" เพิ่งเสียสถิติไม่แพ้ทีมอื่นนอกจาก อาร์เซน่อล ในยุค เลียม โรซีเนียร์ หลังโดน เปแอสเช ถล่ม 5-2 ใน UCL รอบ 16 ทีม เลกแรก เกมในบ้าน 2 นัดหลังสุดก็ทำได้แค่เสมอ ลีดส์ ยูไนเต็ด 2-2 และเจ๊า เบิร์นลีย์ 1-1 แถมยังเก็บคลีนชีตได้แค่ 3 จาก 16 เกมภายใต้กุนซือใหม่ด้วย ซึ่งยังต้องชั่งใจว่าจะใช้ผู้รักษาประตูคนไหนระหว่าง โรเบิร์ต ซานเชซ หรือ ฟิลิป ยอร์เกนเซ่น แต่ยังมี ชูเอา เปโดร ดาวยิงฟอร์มฮอตที่กดไปแล้ว 14 ประตูในลีกซีซันนี้เป็นตัวชูโรง
"สาลิกาดง" เพิ่งเสมอ บาร์เซโลน่า 1-1 แบบน่าชนะใน UCL รอบ 16 ทีม เลก 1 ส่วนการเจอเชลซี 3 ครั้งหลังสุดก็ไม่แพ้ แต่เป็นเกมในบ้านทั้งหมด ส่วนการมาเยือนที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ ในพรีเมียร์ลีก 12 ครั้งหลังสุด แพ้ถึง 11 เสมอ 1 ไม่ชนะเลยนับตั้งแต่บุกมาเฮ 2-0 ในเดือนพฤษภาคม ปี 2012 ส่วนความพร้อมนอกจาก 4 ตัวเจ็บ แอนโธนี่ กอร์ดอน (15 ประตู) จะหายป่วยกลับมาฟิตพร้อมล่าตาข่าย แต่เกมเยือนที่เอาแน่เอานอนไม่ได้ อาจทำให้ เชลซี มีภาษีดีกว่า
ทัศนะ : สิงห์บลูส์ เฉือนหวิว

3. เวสต์แฮม ยูไนเต็ด (อันดับ 18) VS แมนเชสเตอร์ ซิตี้ (อันดับ 2) - พรีเมียร์ลีก อังกฤษ / คิกออฟ เวลา 03.00 น.
"เรือใบสีฟ้า" ทีมเยือนจบสถิติไร้พ่าย 11 นัด หลังถูก เรอัล มาดริด ถลุง 3-0 ใน UCL รอบ 16 ทีม เลกแรก เกมล่าสุดในพรีเมียร์ลีก ก็เสมอ น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ 2-2 โชคดีที่เกมนี้จะเจอ "ขุนค้อน" ที่พวกเขาไม่แพ้ 20 เกมหลังสุดในลีก (ชนะ 17 เสมอ 3) ขุมกำลังขาดแค่ ยอสโก้ กวาร์ดิโอล, มาเตโอ โควาชิช, ริโก้ ลูอิส ที่เจ็บ เกมรุกนำโดย อองตวน เซเมนโย่ นักเตะยอดเยี่ยมเดือนกุมภาพันธ์ และ เออร์ลิง ฮาลันด์ ที่ซัด เวสต์แฮม 11 ประตู มากกว่าทุกทีมในพรีเมียร์ลีก
ด้าน "ขุนค้อน" เพิ่มโอกาสรอดตกชั้น หลังจากเก็บได้ถึง 14 เกมจาก 8 นัดหลังสุดในลีก (ชนะ 4 เสมอ 2 แพ้ 2) ทำให้มี 28 แต้มเท่ากับ ฟอเรสต์ เป็นรองแค่ประตูได้-เสีย แต่เกมนี้ไม่ง่ายอย่างที่คิด เมื่อไม่เคยชนะ แมนซิตี้ ที่ลอนดอน สเตเดียม ในพรีเมียร์ลีกทั้ง 9 ครั้งที่ผ่านมา (แพ้ 7 เสมอ 2) แถมยังจะขาด ครายเซนซิโอ ซัมเมอร์วิลล์ ปีกตัวเก่งที่ซัดไป 7 ประตูจาก 11 เกมหลังสุด เนื่องจากบาดเจ็บ ทำให้พลังเกมรุกน่าจะไม่เพียงพอล้างตา "เรือใบสีฟ้า"
ทัศนะ : แมนซิตี้ มีชัยอีกหน

4. ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น (อันดับ 6) VS บาเยิร์น มิวนิค (อันดับ 1) - บุนเดสลีกา เยอรมัน / คิกออฟ เวลา 21.30 น.
แม้ "ห้างขายยา" จะไม่แพ้ใครมา 5 นัดติดในทุกรายการ แต่ชนะแค่ 1 เสมอไปถึง 4 รวมถึงเกมล่าสุดที่โดน อาร์เซน่อล ไล่เจ๊าใน UCL รอบ 16 ทีม เลกแรก ทำให้เสมอในบ้านทุกรายการ 3 นัดรวด แต่ก็ไม่แพ้ใครมา 7 เกมที่ ไบอารีน่า (ชนะ 4) เมื่อดู 13 เกมหลังสุดก็ถือว่าไม่เลว แพ้แค่ครั้งเดียว แต่เกมนี้จะขาด อเล็กซ์ กริมัลโด้ แบ็กซ้ายจอมบุกตัวเก่งที่ติดโทษแบน ส่วนแนวรุกยังมี คริสเตียน โคฟาเน่ ดาวยิงวัย 19 ปี (7 ประตู) คอยล่าตาข่าย
ขณะที่ "เสือใต้" เพิ่งโชว์ความโหดในเกมรุก หลังบุกไปถล่ม อตาลันต้า 6-1 ใน UCL รอบ 16 ทีม เลกแรก โดยที่ไม่ส่ง แฮร์รี่ เคน ดาวซัลโวประจำทีมลงสนามด้วย เกมนี้จึงฟิตเต็มถังแน่นอน พร้อมกลับมาผนึกกับ ไมเคิล โอลิเซ่, หลุยส์ ดิอาซ, แซร์จ กนาบรี้ ความมั่นใจก็กำลังเต็มเปี่ยม หลังชนะรวด 7 เกมทุกรายการ อีกทั้งยังชนะนอกบ้าน 9 ใน 10 เกมหลังสุดด้วย ดูทรงแล้วน่าจะย้ำแค้น เลเวอร์คูเซ่น ได้อีกครั้ง หลังชนะรวด 3 หนหลังสุดโดยไม่เสียประตูเลย
ทัศนะ : เสือใต้ บุกซดห้างขายยา

"ราชันชุดขาว" เพิ่งเรียกความมั่นใจได้มหาศาล หลังถล่ม แมนซิตี้ 3-0 ใน UCL รอบ 16 ทีม เลกแรก สัปดาห์ที่แล้วในลีกก็กลับมาชนะ เซลต้า บีโก้ 2-1 ทำให้ยังตามจ่าฝูง บาร์เซโลน่า 4 แต้มต่อไป แม้ฤดูกาลนี้จะแพ้คาบ้านในลีก 2 ครั้ง แต่การพบกับ เอลเช่ 54 เกมหลังสุด ก็แพ้แค่ 6 เจอกัน 10 ครั้งหลังสุดไม่แพ้เลย (ชนะ 7 เสมอ 3) แม้เสีย แฟร์กล็องด์ เมนดี้ แบ็กซ้ายที่เจ็บเพิ่ม รวมเป็น 9 คนที่จะหายไป แต่ยังมี เฟเดริโก้ วัลเวร์เด้ ที่ยิงแฮตทริกแมนซิตี้ นำทัพ
ส่วน เอลเช่ แม้เคยชนะ เรอัล มาดริด 6 จาก 54 ครั้งหลังสุดในทุกรายการ แต่ครั้งสุดท้ายเกิดขึ้นเมื่อ 48 ปีที่แล้ว แถมเป็นเกมในบ้านทั้งหมด ขณะที่นอกบ้านไร้ชัย ขณะที่ผลงานปัจจุบันยังไม่ชนะใครตั้งแต่เข้าสู่ปี 2026 โดย 11 เกมทุกรายการ แพ้ 7 เสมอ 4 และเป็นทีมเดียวในลา ลีกา ซีซันนี้ที่ไม่ชนะใครนอกบ้านเลย (13 นัด แพ้ 9 เสมอ 4) เอคตอร์ ฟอร์ท กองหลังที่ยืมตัวจาก บาร์เซโลน่า ก็ยังเจ็บไหล่ ดูทรงแล้วไม่มีหนทางที่จะต้านทาน "ราชันชุดขาว" ได้เลย
ทัศนะ : เรอัล มาดริด เตรียมสอนบอล