- ปัญหาผู้เล่นบาดเจ็บและเช็คฟิต : ไมเคิล คาร์ริค จะไม่มี มานูเอล อูการ์เต้, อาหมัด ดิยัลโล่, คาร์ลอส บาเลบา, ทอม ฮีตัน และ มัทไธส์ เดอ ลิกต์ ส่วน มาร์คัส แรชฟอร์ด ยังต้องรอเช็คความฟิตก่อนลงสนาม
- แผงหลังและแดนกลาง : เซนเน่ ลัมเมนส์ ลงเฝ้าเสา แนวรับ 4 คนประกอบด้วย ดีโอโก้ ดาโลต์, แฮร์รี่ แม็กไกวร์, ลิซานโดร มาร์ติเนซ และ ลุค ชอว์ แดนกลางวาง ค็อบบี้ เมนู ประสานงาน ยูริ ตีเลอมันส์ คอยครองบอล ลำเลียงเกมรุก และรีไซเคิลบอลเร็วบีบให้คู่แข่งต้องถอยร่น
- แนวรุกพร้อมปิดบัญชี : บรูโน่ แฟร์นันเดส นำทัพสร้างสรรค์เกม (มีส่วนร่วม 15 ประตูจาก 19 นัดใน UCL เฉลี่ยทุก 100 นาที) ริมเส้นใช้ ไบรอัน เอ็มเบอโม่ หน้าเป้ามี มาเธอุส คุนญ่า โดยมี เบนยามิน เชชโก้ และ พาทริก ดอร์กู เป็นทางเลือกหาก แรชฟอร์ด ไม่พร้อม
- สภาพทีมเกือบสมบูรณ์ : วาลดาส ดัมเบราส์กัส มีขุมกำลังพร้อมเกือบครบ ขาดเพียง คายัล อาลีเยฟ รายเดียวที่มีอาการเอ็นฉีกขาด นอกนั้นพร้อมลงบู๊เต็มที่
- เกมรับและแดนกลาง : สแตส โพคาติลอฟ เฝ้าเสา แนวรับ 4 รายได้แก่ อาคิม เซดาดก้า, สตีฟ โซลเวต์, ราห์มาน ดัชดามิรอฟ และ ตีโมเตอุสซ์ พูฮัคซ์ แดนกลางใช้ อูมาราลี ราคมอนอาลีเยฟ คุมเกมคู่กับ อีวาน เลพินยิช่า โดยมี อเล็กซีย์ อิซาเยฟ ขับเคลื่อนเกมรุก
- อาวุธสวนกลับเร็ว : เวลโก้ ซิมิช ดาวซัลโวรอบคัดเลือกที่ยิงไป 6 ประตูและเจนจัดเวทียุโรปมากที่สุด ประสานงานริมเส้นกับ คริสเตียน เอ็นวาชุกวู ป้อนบอลให้ จอย-แลนซ์ มิคเกลส์ ล่าตาข่ายในจังหวะโต้กลับ
แมนฯ ยูไนเต็ด ได้กลับมาลงเล่นในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก อีกครั้งที่สนาม โอลด์ แทรฟฟอร์ด โดยพบกับน้องใหม่ของรายการอย่าง ซาบาห์ ซึ่งทีมของ ไมเคิล คาร์ริค ต้องการเริ่มต้นรอบลีกเฟสอย่างแข็งแกร่งหลังจากพลาดการลงเล่นฟุตบอลยุโรปไปเมื่อฤดูกาลที่แล้ว ทางฝั่งทีมเยือนจากอาเซอร์ไบจานกำลังอยู่ในช่วงฟอร์มร้อนแรงหลังคว้าชัยชนะมา 3 นัดติดต่อกัน และชนะถึง 5 นัด จาก 6 เกมล่าสุดในทุกรายการ โดยผ่านเข้ารอบลีกเฟสมาได้อย่างตื่นเต้นด้วยการพลิกชนะ ฮาโปเอล เบียร์ เชว่า ด้วยสกอร์รวม 6-4 ในรอบเพลย์ออฟ ซึ่งหลังจากแพ้มาในนัดแรก พวกเขากลับมาเปิดบ้านชนะในช่วงต่อเวลาพิเศษ 5-2 จากผลงานการทำประตูของผู้เล่น 5 คนแตกต่างกัน
ขณะที่ฟอร์มช่วงหลังของเจ้าถิ่นชนะ 3 เสมอ 2 และแพ้ 1 จาก 6 เกมหลังสุด ยิงได้ 13 ประตู แต่สถิติในรายการนี้ช่วงหลังไม่น่าประทับใจนักหลังชนะเพียงแค่นัดเดียวจาก 9 เกมล่าสุด สำหรับทีมเยือนถือเป็นการสร้างประวัติศาสตร์ด้วยการลงเล่นในรายการหลักของยุโรปเป็นครั้งแรก และเป็นสโมสรที่ 2 จากอาเซอร์ไบจานที่เข้าถึงรอบสุดท้ายรายการนี้ต่อจาก การาบัก อย่างไรก็ตาม สถิติของสโมสรจากอังกฤษเหนือกว่าอย่างชัดเจนด้วยการไม่เคยแพ้ทีมจากอาเซอร์ไบจานเลยตลอด 11 นัดในเวทียุโรป (ชนะ 10 เสมอ 1) แม้ว่าผู้มาเยือนจะยิงประตูมาอย่างต่อเนื่องถึง 14 นัดติดต่อกันในทุกรายการ แต่การบุกมาเยือนรังผีแดงเป็นงานที่ยากลำบากกว่ารอบคัดเลือกอย่างเทียบไม่ติด และด้วยคุณภาพผู้เล่น ความได้เปรียบในบ้าน รวมถึงเกมรุกที่หลากหลายกว่า น่าจะช่วยให้เจ้าบ้านเดินหน้าคว้าชัยชนะและยุติสถิติไม่ชนะใครในเกมนัดเปิดสนามบอลยุโรปตลอด 4 ครั้งล่าสุดลงได้สำเร็จ